เอาแล้วไหมล่ะเขียนเรื่องธรรมดาๆไม่ชอบ มาเขียนเรื่องที่อันตรายอย่างเงินๆทองซะได้ 555 ไอ้ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรเล้ย แถมยังมาเขียนบล็อกชวนเชื่ออีกเฮ้ยยยย

งั้นผมขอเปลี่ยนหัวข้อโดยเพิ่มคำว่า เสี่ยง เข้าไปจะได้ดูเหมือนการพนันเอ้ย!การลงทุนหน่อยแล้วกันครับ อิอิ จากความเข้าใจของผมนะครับถ้าผิดพลาดประการใดบอกกล่าวได้ไม่แพ้ชนะครับ(เสมอไง ฮิ้วววว) ตามที่คุณ bluesunsuit สงสัยนะครับ "มีอะไรอธิบายง่ายกว่านี้อีกมั้ยคะ ? " เอางี้แล้วกัน ยกกองทุนซักอันมาเพื่อจะได้เห็นภาพนะครับ

กองทุนตลาดเงิน ผมยกตัวอย่างของบลจ.ทหารไทยที่ชื่อธนบดีแล้วกัน มาดูว่าเค้าโฆษณาว่ายังไงบ้าง จาก หนังสือชี้ชวน ส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ นะครับ(รับค่าโฆษณาได้ที่ไหนอ่ะ )

1. กองทุนแบบนี้เหมาะกับเงินลงทุนลักษณะใด ?

เค้าตอบว่า เหมาะกับเงินที่ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและสภาพคล่องสูง

ผลตอบแทนสม่ำเสมอคืออะไร ? ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าการซื้อกองทุนคือเราเอา เงิน ไปแลกเป็น หน่วยลงทุนตัวอย่างเช่น

เห็นว่าราคาต่อหน่วยคือ 18.0618 ดูจากช่อง NAV ราคาที่เค้าเสนอขายต่อหน่วยคือ 18.0619 ดูจากช่อง Offer ราคาขายคือ 18.0618 ดูช่อง Bid และมีช่อง Change คือราคาเปลี่ยนจากเมื่อวานเท่าไหร่ ถ้าบวกก็แสดงว่าราคาต่อหน่วยเพิ่มก็ได้กำไร ถ้าลบก็ขาดทุนเช่น

วันนี้ นายงก ซื้อธนบดีตอนเช้า 10,000 บาท นายงกจะได้

หน่วยลงทุน = 10,000 / 18.0619 => 553.6516 หน่วย

ถ้าเค้าขายตอนเย็นเค้าจะได้

เงินคืน = 553.6516 * 18.0618 => 9,999.94 บาท

ถามว่าทำไมราคาซื้อกับราคาขายถึงต่างกัน เพราะบลจ.หักเป็นคือดำเนินงานไงครับ จะหักมากน้อยก็ตามที่บลจ.กำหนด คราวนี้ถ้านายงก รอไป 1 วันสมมุติว่าบวกมา 0.0013 แปลว่านายงกจะได้

เงินคืน = 553.6516 * (18.0618+0.0013) => 10,000.66 บาท

แต่ถ้าวันไหนเกิดลบขึ้นมา 0.0013 ก็จะกลายเป็น

เงินคืน = 553.6516 * (18.0618-0.0013) => 9,999.22 บาท

พอเข้าใจไหมหว่า สมมุติว่าเข้าใจแล้วแล้วกัน คราวนี้มาดูว่า ธนบดีเค้าทำยังไงให้ผมตอบแทนสม่ำเสมอกับสภาพคล่องสูงได้

ข้อ 2 เค้าถามว่า ธนบดีเอาเงินไปลงทุนที่ไหน ?

เค้าตอบว่า ลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ(พันธบัตร) ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน(ให้ธนาคารกู้) ตราสารหนี้ภาคเอกชนชั้นดี(ให้บ.ที่มั่นคงๆกู้) ทั้งในและนอกประเทศ โดยความน่าเชื่อถือถูกจัดอันดับโดยสถาบัน 1 2 3 4 (ไม่รู้จักซักสถาบัน) โดยมีอายุชำระคือไม่เกิน 1 ปี(คือรับซื้อพันธบัตรที่กำลังจะครบกำหนดเหมือนร้านสลากกินแบ่งรับขึ้นรางวัลอ่ะ) โดยกองทุนพยายามให้ระยะเวลาชำระหนี้ในตราสารนั้นๆเฉลี่ยไม่เกิน 90 วัน(คือเฉลี่ยแล้ว 3 เดือนเอาไปขึ้นเงินได้) และลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 70 หรือไม่เกินตามที่กลต.กำหนด
ข้อ 3 ตอบไปแล้วส่วนข้อ 4 ไปดูข้อ 5 จะดีกว่า
ข้อ 5 เสี่ยงจากอะไรบ้าง ?
ความเสี่ยงมี 2 แบบคือเสียเงินต้นหายกับเสี่ยงได้กำไรไม่เท่าที่คาดไว้ กองทุนเค้าตอบมาอย่างงี้
5.1 โดนชักดาบ โอกาสที่รัฐบาล หรือเอกชนที่มั่นคงจะน้อยมากๆ
5.2 ดอกเบี้ยเพิ่ม เช่นถ้ากองทุนไปซื้อพันธบัตรคงที่ที่ดอกเบี้ยร้อยละ 4 อายุ 3 เดือนแต่พรุ่งนี้เค้าประกาศดอกเบี้ยพุ่งเป็นร้อยละ 5 ก็เซ็งซิครับ เพราะพันธบัตรที่ถืออยู่จะไม่มีคนอยากซื้อต่อ ราคาก็ตกลงไป
5.3 ดอกเบี้ยลง อันนี้จะขาดทุนกำไรครับ คือได้กำไรน้อยลงจำพวกที่ไม่สามารถขายต่อได้เช่นเงินฝาก ก็เหมือนเค้าลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำแหละครับ
5.4 เสี่ยงจากสภาพคล่อง เช่นเศรษฐกิจตกคนแห่ขายกองทุนทำให้กองทุนมีเงินไม่พอจ่าย ต้องยอมขายพันธบัตรในราคาขาดทุนเป็นต้น
5.5 จากอัตราแลกเปลี่ยน อันนี้สำหรับเวลาไปซื้อของต่างประเทศแล้วถ้าเงินบาทแข็ง ก็ได้เงินน้อยลงถ้าบาทแข็งก็ได้มากขึ้น(เพราะดอกเบี้ยได้ตามสกุลเงินของประเทศนั้นๆ)
5.6 ความเสี่ยงจากสถานการณ์ของประเทศที่ลงทุน เช่นเกิดเปลี่ยนผู้นำ หรือนโยบายของประเทศที่เราไปลงทุนทำให้เค้าไม่สามารถชำระได้หรือพูดง่ายคือถูกชักดาบนอกประเทศนั้นเอง

5.7 , 5.8 งงๆ ครับใครรู้เรื่องมาตอบที แหะๆ
ดังนั้นผลตอบแทนสม่ำเสมอได้มาจากดอกเบี้ยจากผู้กู้ที่ดูดี มีมั่นคง ส่วนสภาพคล่ิองดีก็เพราะสามารถขายได้ทุกวัน โดยจะได้ตังค์ในวันถัดไป
ผลตอบแทน กองทุนนี้ผมเห็นบวกวันละ 0.0013 - 0.0014 จะมาบวก 0.0040 - 0.0041 วันจันทร์(เพราะทศดอกของเสาร์-อาทิตย์) ถ้าเฉลี่ยแบบโง่ๆเป็น +0.0013 ต่อวัน สมมุติว่าตอนนี้ซื้อ 10,000 ไว้ปีนึงก็จะ
ได้เงิน =(10,000 / 18.0619) * (18.0619 + (0.0013*365)) => 10,262.6523 บาท
ต่อปีคิดเป็นร้อยยละ =((10,262.6523 - 10,000 ) / 10,000) * 100 = ร้อยละ 2.63
พอๆกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำแต่สภาพคล่องดีกว่ามากมายครับ ผมว่ามันเหมาะกับการแทนที่ฝากประจำ
=============================================================
คุณsatomi ใช่ครับเสี่ยงพอสมควร แต่ผมเชื่อว่าในระยะยาว เงินก้อนนี้จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจไทย เพราะฉะนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่งกับเงินที่ต้องใช้(เงินร้อน) เหมาะกับออมรายปีขึ้นไป(เงินเย็น)ครับ ที่ผมซื้อไว้นี้ 2-3 เดือนนี้เด้งไปเด้งมาตลอดครับ ลุ้นดี

=============================================================

คุณมนุษย์ดาวsio ถูก แต่ก็น่าลุ้นนะ โลภๆๆๆ

=============================================================

เอาเลยครับคุณ สารวัตรใหญ่ กับคุณ นารา มันๆแค่วันละ 2 เม็ด เอ๊ย! เดือนละ 500 บางคนกินเหล้าคืนเดียวก็หมดแล้ว(แต่ผมไม่กินนะ )

=============================================================

คุณ ฬ.จุฬา ไปประกันผมด้วย ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลแต่ก็นะ ผมต้องทำงาน อัพบล็อกร้อยแปด แถมยังไม่ชอบดูทีวีอีกต่างหาก ถ้าจะดูก็สามช่า ไม่ก็เป็นต่อแหะๆ หนังสือน่าจะเป็นคำตอบมากกว่า

ปล. ผมไม่ได้ตั้งใจติด(ดอย) ผมไม่ได้ตั้งใจติ๊ด(ดอย) ติด(ดอย)เพราะโลภ โลภเลยติด(ดอย)

=============================================================

คุณ YiUM กับคุณ นางสาวความสุข เรื่องอมคงไม่มีหรอกครับแต่ลงทุนแล้วเจ๊งอ่ะมี เหมือนที่บอกแหละครับต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น ส่วนพันธบัตรต้องซื้ออย่างน้อย 50,000ทั้งนั้นเลย แต่กองทุนซื้อขั้นต่ำได้ อย่างธนบดีที่เป็นตัวอย่างซื้อขั้นต่ำตอนแรก2,000 ต่อไปขั้นต่ำครั้งละ 1 บาท ก็เหมือนเปิดโอกาสให้คนมีตังค์น้อยอ่ะครับ

=============================================================

สรุป ต้องขอบคุณเพื่อนทุกคนที่มาเตือนสติผมนะครับ ว่าต้องใส่คำเตือนในการแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนเพราะบ้างคนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าลงทุนแล้วจะได้กำไรเสมอไป

การลงทุนมีประโยชน์อ้อมๆอีกทางนึงคือถ่วงดุลตลาดหลักทรัพย์ของประเทศครับ ตอนนี้ตลาดบ้านเรามันขึ้นอยู่กับต่างชาติเป็นหลัก ถ้ามีกองทุนที่ระดมเงินมาก็เหมือนกับช่วยให้เกิดเสถีรภาพในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราเพิ่มขึ้นอีกทาง 

ส่วนตัวผมมองว่าการลงทุนในกองที่เป็นหุ้นเหมือนกับผมลงทุนเปิดร้านขายข้าว แต่ผมทำไม่เป็นผมเลยจ้างพ่อครัวที่คิดว่าฝีมือดีมาทำ ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะขายดีหรือเจ๊ง แต่เค้าว่าพ่อครัวคนนั้นคนนี้เก่ง ดูจากผลงานก็เชื่อเค้าไปลงดู ที่สำคัญคือต้องทำตามเศรษฐกิจพอเพียงครับคือ

พอประมาณ (กำหนดเงินลงทุน ตั้งกำไรตามที่คิด พอถึงก็ขาย อย่าทุ่มหมด อย่าโลภ)

มีเหตุผล (รู้ว่าเค้าเอาเงินเราไปทำอะไร ได้เงินมายังไง เพราะอะไรถึงขึ้น เพราะอะไรถึงลง)

มีภูมิคุ้มกัน (รู้ความเสี่ยง มีแผนว่าถ้าเสียเงินก้อนนี้แล้วจะทำยังไง)

โดยต้องยืนอยู่บนความรู้ กับคุณธรรม นะครับ

 

สุดท้ายขอยืมคำคุณ มนุษย์ดาวsio ว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน"

 

อ้างอิงรูป:

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/7/77/Sufficient-economy-chart01-1.jpg/800px-Sufficient-economy-chart01-1.jpg

 

edit @ 29 Nov 2007 11:13:06 by

ช่วงนี้ผมบ้างออมเงินด้วยกองทุนรวมมากๆ ไม่ใช่อะไรหรอกดอกเบี้ยเงินฝากมันนรก มากนั้นเองทำให้ผมสนใจคราวนี้จะลงคน เดียวมันเหงาเลยมาเขียนบล็อกยั่วน้ำลายเพื่อนๆที่พลัดหลงเข้ามาอ่านจะได้ ขาดทุน เอ้ย! ติดดอย เอ้ย! ร่ำรวยไปพร้อมๆกัน

กองทุนคืออะไร(ว่ะ) ง่ายๆครับคือเอาเงินเราไปให้บริษัทที่เค้ารับ จ้างลงทุนไปลงทุนนั้นเอง(ใช้คำว่าลงทุน(บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บลจ.) หมายถึงอาจจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ได้นะครับ) ดูตามรูปนะครับ

หลักๆแล้วเค้าจะเอาเงินเราไป

1. เล่นหุ้น หุ้นเป็นการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าได้ดีที่สุดตัวนึง แต่การเล่นหุ้นนั้นต้องใช้ทักษะมากมายไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์บัญชี กำไรขาดทุน ดูกราฟเทคนิค อาชีวะ ข่าวดีร้ายสารพันร้อยแปด วงในวงนอก วงกบบานประตู ฯลฯ ไอ้เรามันมนุษย์เงินเดือนมีงานและหน้าที่ต้องรับผิดชอบ(เช่นอู้งานมาปั่น บล็อก _blank) ก็ฝากมืออาชีพเค้าเล่นให้ซะสิ้นเรื่อง

แต่ละกองทุนก็มีรูปแบบในการเล่นหุ้นแตกต่างกันไปเหมือนผู้จัดการทีมฟุตบอล บางกองเหมือนท่านเซอร์เน้นรุกผลงานดีมีรางวัล(กำไร)ต่อเนืองทุกปี บ้างกองเหมือนเวงเกอร์ค่อยๆปั่นหุ้นมาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนแล้วมาผลิบานใน อนาคต(ถือหุ้นระยะยาว) บางกองเหมือนเฮียมูเน้นเกมที่แน่นอนแน่ผล(ตอบแทน)มากกว่าความวูบวาบแน่นอน ยังมีบ้างกองทุนเหมือนราฟาวูบบ้างวาบบ้างหรือแม้แต่กองทุนที่ถึงกับตกชั้น( ขาดทุน)มันทุกปีไปเลยก็มี

การเลือกกองทุนหลักๆของผมก็ดูผลงานย้อนหลัง(ถ้ารู้ผลล่วงหน้าก็รวยไปแล้ว ซะครับ ฮ่วย) กับนโบายของกองทุนตามหนังสือชี้ชวนด่วนสรุป ว่าลงทุนที่ไหน(ไทยหรือเทศ) ลงทุกกลุ่มหรือบ้างกลุ่ม(กลุ่มหมายถึงชนิดของหุ้น เช่น ปตถ.อยู่ในกลุ่มพลังงาน ดีแตกอยู่ในกลุ่มสื่อสาร เป็นต้น)

มาดูผลตอบแทนดีกว่าจะเห็นว่าผลตอบแทนแบบซื้อทิ้งไว้ 1 ปีร้อยละเป็น 2 หลักทั้งนั้น(อันดับ1 ร้อยละ 54.25 ตูฝากดอกเบี้ยร้อยละไม่เกิน 3)

2. ปล่อยกู้ ยิวกับแขกรวยด้วยดอกเบี้ยฉันใด เราจะรวยก็ต้องด้วยดอกเบี้ยฉันนั้น จริงๆแล้วการที่เราเอาเงินไปฝากธนาคารก็คือการปล่อยให้ธนาคารกู้นั้นเอง(ก็ ธนาคารให้ดอกเบี้ยเรานิ) ส่วนกองทุนเอาไป...

ให้รัฐบาลกู้ด้วยการซื้อพันธบัตรดอกเบี้ยจะต่ำที่สุด(แต่ก็ มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากละว่ะ)โอกาสที่รัฐบาลจะชักดาบมีเท่าๆกับที่ธนาคาร ประกันเงินฝากนั้นแหละ แต่พันธบัตรต้องซื้อในปริมาณที่มากพอดูแถมต้องไปต่อคิวอีก ดังนั้นเสียค่าน้ำจิ้มให้เค้าไปซื้อให้เถอะ



ให้กองทุนเอาไปฝากธนาคาร อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย สุดท้ายเอาไปให้บ.เอกชนกู้ อัน นี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของบ.ว่ามีความมั่นคงแค่ไหนถ้าอย่างปตถ.หรือเครือ ซีเมนต์ไถธุรกิจเค้าคงไม่ล่มง่ายๆดอกเบี้ยก็จะมากกว่าพันธบัตรหน่อยความ เสี่ยงก็จะน้อย(แต่ก็ยังมากกว่าพันธบัตร) บ.กลางๆดอกเบี้ยกลา็งความเสียงก็กลางๆ บ.เล็กๆดอกเบี้ยเยอะก็เสียงมากที่สุด

มาดูผลตอบแทนของการปล่อยกู้บ้าง ที่ทำลิงค์เป็นกองทุนที่เน้นลงในพันธบัตรและเงินฝากเป็นหลักดอกเบี้ยก็ยัง ดีกว่าฝากประจำอยู่ดี อันนี้แนะนำสำหรับคนกลัวต้นหายเพราะโอกาสเข้าเนื้อน้อยมากๆ แถมสภาพคล่องดีกว่าเยอะ(ไม่ต้องแช่ให้ครบ 3 เดือน 6 เดือน ฯลฯ)อยากขายก็ขาย

สรุป ยังมีกองทุนอีกหลายแบบไม่ว่าจะเอาไปลงเฉพาะประเทศจีน อินเดีย หรือเอาแบบเล่นๆแล้วกำไรมากๆก็ปันผลหรือลงแบบหุ้นปนให้กู้ 60:40 บ้าง 70:30 บ้าง ลงในธุรกิจอสังริมทรัพย์บ้าง อื่นๆอีกมากมาย ไอ้เราก็พึ่งศีกษาอธิบายคงไม่กระจ่างเท่าไหร่ก็ก็หวังว่าคงกระตุ้นต่อมโลภ เอ้ย! ต่อมการออมได้บ้างนะครับ

ปล. ว่าแล้วลืมอะไร อ้างอิงจากเว็บ finansa เลื่อนไปกลางๆนะครับ

อ้างอิงรูป:
ล้อเลียนจาก http://www.set.or.th/images/logo-set.gif
http://www.bot.or.th/bothomepage/Special/InvestorRelations/Thai/Bonds/bond.jpg http://www.bangkokbank.com/NR/rdonlyres/enyibwtwvb4mxl2gf3rybz7fgfcygyluqujjyxuy4cig7u7cc7e5sii4gtqzrgeizgwef7sneksu62kqvse5podddkd/M_CAPS.jpg

edit @ 29 Nov 2007 11:08:28 by

tag: ทำดีเพื่อพ่อ

posted on 21 Nov 2007 09:06 by discoveryman

เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550
พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่ ขอถวายพระพร
ให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง
และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่าง เพื่อพ่อหลวง
ของพวกเรา Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อก
ว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่น
อีก 5 คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

::: กติกา :::
1. ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?
ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ

2. เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์
ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่าน
บทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้
3. เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ
ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บ Dogood.or.th
4. ให้ tag ไปหาคนอื่น อีก 5 คน เพื่อให้เขา
ทำเช่นเดียวกัน โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง 5 คน
และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ให้แก้ลิงก์ไปที่
ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่าน
ของคนที่คุณ tag ไป จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหน
5. เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ Dogood.or.th
แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน
6. เข้าไปแจ้งที่ Blog.macroart.net/dogood
ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว
7. ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว
ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ
สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย

/************************************************************************/ 

ไล่ตามกติกา

ข้อ 1 แปะเนื้อหาแล้วครับ

ข้อ 2 จากคุณ Nancy นะครับ

 ข้อ 3 อืม...คงจะเริ่มจากทำหน้าที่ของพลเมืองให้่ดีครับ ไปเลือกตั้ง เสียภาษี รักษาสุขภาพ อดออมเพื่อไม่เป็นภาระทางสังคม ทำบุญและช่วยเหลือสังคมตามโอกาส ผมคิดว่าแค่เรา ไม่ทำปัญหาให้สังคม ไม่ติดยา ไม่เมาแล้วขับ ไม่ทำผิดกฏหมาย และรักษาศีลธรรมอันดีตามศาสนาที่ตัวเองนับถือ ก็น่าจะเพียงพอให้ในหลวงของเราชื่นพระหฤทัยแล้ว เพราะพ่อคงไม่ต้องการอะไรจากลูกนอกจาก เห็นลูกๆเป็นคนดีและอยู่อย่างมีความสุข

ข้อ 4 ผมไม่ค่อยรู้จักใครด้วยซิ เอาเพื่อนๆชาว exteen ที่เคยมาที่ blog ผมแล้วกัน เดี๋ยวของดูก่อนนะผู้โชคดีได้แก่ คุณ xnanoob, คุณ D i a b o l i c, คุณแม่ SiSSY,  คุณ songsage, และสุดท้ายคุณ bigodd เฮ้อออ เกือบไม่ครบ

ข้อ 5 แปะแล้วจ้า

ข้อ 6 เดี๋ยว Publish เสร็จจะไปทำจ้า

ข้อ 7 ทำอยู่ครับ

ผมว่าดีนะครับ tag แบบนี้ดูมีสาระและเหมือนกระตุ้นให้เราคิดว่า ในประเทศนี้ยังมีคนคนนึงที่คิดและทุ่มเทเพื่อชาติอย่างจริงจังโดยไม่หวังผลตอบแทนก็คือในหลวงของเรานั้นเอง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ครับ